Auto Shanghai 2019 ที่สุดแห่งอาณาจักรยนตรกรรมอนาคต กับรถยนต์หลากรุ่นที่เตรียมเผยโฉมในไทยเร็วๆ นี้

  • May 14, 2019

      วินาทีนี้ เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ ต้องยกให้กับ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ที่กำลังเร่งสรรพกำลังผลักดันสู่เป้าหมายสำคัญในการเป็น “ประเทศนวัตกรรม” และอีกหนึ่งวงการที่ทั้งโลกจับตามอง นั่นก็คือ วงการยานยนต์ ซึ่งเราจะเห็นโมเดลใหม่ๆ รูปทรงล้ำสมัย รวมทั้งระบบอัจฉริยะที่มุ่งตอบสนองผู้ขับขี่ รวมทั้งยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ๆ และหนึ่งในองค์กรที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก นั้นคือ SAIC Motor Corporation ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี ในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ภายใต้ 4 แกนหลัก อันได้แก่ การพัฒนารถยนต์ให้มีการเชื่อมต่ออัจฉริยะมากยิ่งขึ้น (Intelligence  connectivity)  เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification) มีการแบ่งปันรถยนต์ในการใช้งานร่วมกัน (Car Sharing) และความเป็นสากล (Globalization)

      ปัจจุบัน SAIC ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยนอกเหนือจากฐานการผลิตหลักในประเทศแล้ว  SAIC ยังขยายฐานการผลิตไปใน 3 ประเทศได้แก่ ประเทศไทย  อินโดนีเซีย และอินเดีย พร้อมการทำการตลาดและการบริการใน 11 ภูมิภาคครบคลุมทั้ง อาเซียน ยุโรป อเมริกาใต้  ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  นอกจากนี้ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา  3 แห่ง ทั้งในจีน อังกฤษ และอเมริกา  และถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวในประเทศจีนที่มีรถยนต์ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 3 พลังงานทางเลือกทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100%  (EV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด  (PHEV) และ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) โดยในปีที่ผ่านมา SAIC มียอดขายรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศกว่า 7.05 ล้านคัน

      สำหรับงาน  “Auto Shanghai 2019 - The 18th International Automobile Industry Exhibition” หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่องาน “เซี่ยงไฮ้ ออโต้โชว์” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ National Exhibition and Convention Center ในนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา นับเป็นงานที่ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ระดับโลกที่รวบรวมยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรม รถยนต์ต้นแบบและรถยนต์รุ่นใหม่ของแบรนด์ต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งในปีนี้  SAIC Motor Corporation ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ และรถต้นแบบเพื่อโชว์ความล้ำหน้าทางยนตรกรรมภายใต้เครือของบริษัทหลากหลายรุ่นครอบคลุมทั้งรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% (EV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) รวมทั้งยานยนต์แห่งอนาคตกับรถต้นแบบที่รองรับการสื่อสาร 5G ซึ่งที่ผ่านมา SAIC ได้ร่วมมือกับ China Mobile, Huawei และ Shanghai International Auto City เพื่อสร้างเครือข่าย 5G Smart Transportation Demonstration Zone อาณาเขตสำหรับทดลองระบบขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติที่รถทุกคันสื่อสารกันด้วยเทคโนโลยี 5G

 

นวัตกรรมยานยนต์สุดโดดเด่น ภายในงาน “Auto Shanghai 2019 - The 18th International Automobile Industry Exhibition”

 

รถต้นแบบ

  • รถยนต์ต้นแบบ 5G zero-screen smart cockpit “Roewe Vision-I” รถยนต์ SPV (Special Purpose Vehicle)  อัจฉริยะรุ่นแรกของโลก ที่จุดประกายยานยนต์แห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G

 

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า  

  • โรวี มาร์เวล เอ็กซ์ (Roewe Marvel X) นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไฟฟ้าที่มาพร้อมความหรูหราเหนือระดับ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 301 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 665 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.8 วินาที วิ่งได้นานถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง  ในส่วนของการดีไซน์นั้น ถูกออกแบบสไตล์สากลให้ความรู้สึกเดียวกับรถยุโรปที่เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์โรวี พร้อมนวัตกรรม 5G ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกอย่างผ่านคอนโซลกลาง รวมถึงสั่งการทางไกลผ่านบลูทูธ คาร์เพล ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

 

รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell)

  • MAXUS G20FC ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่ให้ทั้งสมรรถนะและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยให้พละกำลังสูงสุดที่ 150 kW และวิ่งได้ไกลถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และใช้เวลาในการชาร์จเพียง  5 นาทีเท่านั้น

 

รถยนต์สำหรับจำหน่ายในระดับสากล

  • MG EZS’ รถพลังงานไฟฟ้า Pure EV รุ่นแรกของเอ็มจี ที่เข้าทำการตลาดในต่างประเทศ ทั้ง อังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะแนะนำสู่ตลาดเมืองไทยภายในกลางปีนี้ โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ทำให้สามารถเร่งจาก 0-50 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.1 วินาที และ 0-100 กม./ชม. ประมาณ 8-9 วินาที วิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุด 335 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (และ 428 กม. เมื่อวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 60 กม./ชม.) และรองรับ Fast Charging ซึ่งชาร์จไฟจาก 0-80% ได้ในครึ่งชั่วโมง

 

  • MG HS รถ C-Segment Crossover SUV รุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดทั้งภายนอกและภายในให้มีรูปลักษณ์และสไตล์แบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายด้านข้างทำให้ตัวรถมีมิติ นอกจากนี้ ยังมีกระจังหน้าแบบใหม่ที่ดูเท่ สะท้อนความพรีเมี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร

 

  • MAXUS T60 รถกระบะรุ่นแรกจาก SAIC ที่พัฒนาเพื่อจำหน่ายสำหรับตลาดทั่วโลกที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูเท่ดุดัน พร้อมความสะดวกสบายในการขับขี่ สมรรถนะ และการบรรทุกที่มากขึ้น  จนกลายเป็นรถกระบะที่ขายดีในตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และติดอันดับ 1 ใน 4 ของรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน

 

รถรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในงาน

  • MG6 XPOWER TCR มาพร้อมสมรรถนะเต็มเปี่ยม สามารถทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที ตัวถังภายนอกสีเขียวมรกต ตกแต่งลวดลายแบบรถแข่งสไตล์อังกฤษ  
  • MAXUS D60 รถยนต์ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร พร้อมระบบเกียร์ 7 สปีด ที่ให้กำลังสูงสุด 124KW และแรงบิดสูงสุดคือ 250 นิวตัน-เมตร ซึ่งให้การขับขี่ที่ราบรื่นและมีพลังเหนือกว่า มีระบบอำนวยความสะดวกในการขับขี่ครบครันพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ Banma ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Alibaba และ SAIC Motor ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถด้วยคำสั่งเสียง
  • MAXUS T70 ดุดัน โดดเด่น ด้วยดีไซน์ของกระจังหน้าโครเมี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ที่ให้เลือกความแรงได้ 2 ทาง กับ 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 163 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที และ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 218 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Timeระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา
  • MAXUS G20 รถยนต์ MPV ความท้าทายครั้งใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์บิสสิเนสไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตการขับขี่ โดดเด่นด้วยการดีไซน์ภายในที่แฝงความหรูหรา พร้อมอัพเกรดเทคโนโลยีกับแผงควบคุมที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ภายนอกโฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่ มาพร้อมไฟหน้ารูปแบบใหม่ส่องสว่างเต็มที่แบบ Matrix LED มาพร้อมขุมพลังด้วยเครื่องยนต์แบบเบนซิน 2.0 เทอร์โบ 224 แรงม้า และ 2.4 ลิตร143 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 เทอร์โบ 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด และ 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

โรงงานเซี่ยงไฮ้หลินกั่ง

       บริษัท เอสเอไอซี คอร์ปอเรชั่น มีฐานการผลิตสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Lingang และ Nanjing Pukou โดยมีกาลังการผลิตต่อปีมากกว่า 800,000 คัน สาหรับฐานการผลิตเซี่ยงไฮ้ Lingang ครอบคลุมพื้นที่โรงงาน 1.21 ล้านตารางเมตร มีกระบวนการผลิตที่ครบถ้วนได้มาตรฐานระดับโลก

 

ศูนย์เทคนิคของ  SAIC Motor Passenger Vehicle

       SAIC เริ่มดาเนินการสร้างการก่อสร้างศูนย์ SAIC เทคนิคัล เซ็นเตอร์ ใน พ ศ. 2548 ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น 4 พันล้านหยวนโดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง และมีการแยกพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกัน ครอบคลุมพื้นที่ 419,000 ตารางเมตร และ 242,000 ตารางเมตร ของพื้นที่รวม พร้อมสิ่งอานวยความสะดวกมากมายที่เกี่ยวกับการวิจัยรถยนต์ของ SAIC อาทิ ห้องทดลองระบบ Emission โดยใช้พลังงานแสง ห้องทดลองสถาปัตยกรรมอาทิ โชว์รูปรถยนต์คอนเซปต์ต่างๆ ห้องทดสอบNVH ห้องทดสอบอุโมงค์ลมความร้อน ห้องปฏิบัติการระบบ Powertrain แล็บใหม่ ห้องปฏิบัติการแชสซีส์ ห้องปฏิบัติการความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ฯลฯ ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยด้านเทคนิคของรถยนต์นั่งระดับโลกที่ใหญ่และครบถ้วนมากที่สุดในประเทศจีน

 

สนามทดสอบรถกว่างเต๋อ

       สนามทดสอบรถกว่างเต๋อถือเป็นสยามทดสอบรถที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ในมณฑลอานฮุย ซึ่งห่างจากเซี่ยงไฮ้ประมาณ 200 กิโลเมตร โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2012 ด้วยเงินลงทุน 1.6 พันล้านหยวน โดยสนามทดสอบแห่งนี้จะช่วยอานวยความสะดวกในการพัฒนารถยนต์ทุกรุ่นของ GM, SAIC และ SGMW ถือเป็นสนามทดสอบที่ทันสมัยที่สุด มีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นที่ 5.67 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดสนามฟุตบอลประมาณ 795 สนาม มีระยะทางทดสอบยาวที่สุดกว่า 60 กิโลเมตร และสิ่งอานวยความสะดวกแบบครบวงจรที่สุด ด้วยแทร็กวงกลม 4 เลน ระยะทาง 9.036 กม. และไดนามิกแพด 310 เมตร X 300 เมตร ทาให้สามารถจัดการทดสอบในรูปแบบต่างๆ ได้กว่า 70 รูปแบบ พร้อมสิ่งอานวยความสะดวกครบครัน และสามารถทดสอบด้านระบบความปลอดภัย ช่วงล่าง และความทนทานของรถได้ถึง 140 คัน ภายในเวลาเดียวกัน

 

SAIC

       วินาทีนี้ เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ ต้องยกให้กับ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ที่กำลังเร่งสรรพกำลังผลักดันสู่เป้าหมายสำคัญในการเป็น “ประเทศนวัตกรรม” และอีกหนึ่งวงการที่ทั้งโลกจับตามอง นั่นก็คือ วงการยานยนต์ ซึ่งเราจะเห็นโมเดลใหม่ๆ รูปทรงล้ำสมัย รวมทั้งระบบอัจฉริยะที่มุ่งตอบสนองผู้ขับขี่ รวมทั้งยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ๆ และหนึ่งในองค์กรที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก นั้นคือ SAIC Motor Corporation ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี ในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ภายใต้ 4 แกนหลัก อันได้แก่ การพัฒนารถยนต์ให้มีการเชื่อมต่ออัจฉริยะมากยิ่งขึ้น (Intelligence  connectivity)  เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification) มีการแบ่งปันรถยนต์ในการใช้งานร่วมกัน (Car Sharing)  และความเป็นสากล (Globalization)
       ปัจจุบัน SAIC ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยนอกเหนือจากฐานการผลิตหลักในประเทศแล้ว  SAIC ยังขยายฐานการผลิตไปใน 3 ประเทศได้แก่ ประเทศไทย  อินโดนีเซีย และอินเดีย พร้อมการทำการตลาดและการบริการใน 11 ภูมิภาคครบคลุมทั้ง อาเซียน ยุโรป อเมริกาใต้  ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  นอกจากนี้ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา  3 แห่ง ทั้งในจีน อังกฤษ และอเมริกา  และถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวในประเทศจีนที่มีรถยนต์ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 3 พลังงานทางเลือกทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100%  (EV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด  (PHEV) และ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) โดยในปีที่ผ่านมา SAIC มียอดขายรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศกว่า 7.05 ล้านคัน

         สำหรับงาน  “Auto Shanghai 2019 - The 18th International Automobile Industry Exhibition” หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่องาน “เซี่ยงไฮ้ ออโต้โชว์” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ National Exhibition and Convention Center ในนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา นับเป็นงานที่ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ระดับโลกที่รวบรวมยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรม รถยนต์ต้นแบบและรถยนต์รุ่นใหม่ของแบรนด์ต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งในปีนี้  SAIC Motor Corporation ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ และรถต้นแบบเพื่อโชว์ความล้ำหน้าทางยนตรกรรมภายใต้เครือของบริษัทหลากหลายรุ่นครอบคลุมทั้งรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% (EV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) รวมทั้งยานยนต์แห่งอนาคตกับรถต้นแบบที่รองรับการสื่อสาร 5G ซึ่งที่ผ่านมา SAIC ได้ร่วมมือกับ China Mobile, Huawei และ Shanghai International Auto City เพื่อสร้างเครือข่าย 5G Smart Transportation Demonstration Zone อาณาเขตสำหรับทดลองระบบขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติที่รถทุกคันสื่อสารกันด้วยเทคโนโลยี 5G

         นวัตกรรมยานยนต์สุดโดดเด่น ภายในงาน “Auto Shanghai 2019 - The 18th International Automobile Industry Exhibition”

รถต้นแบบ
•    รถยนต์ต้นแบบ 5G zero-screen smart cockpit “Roewe Vision-I” รถยนต์ SPV (Special Purpose Vehicle)  อัจฉริยะรุ่นแรกของโลก ที่จุดประกายยานยนต์แห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G

 
Roewe Vision-I

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า  
•    โรวี มาร์เวล เอ็กซ์ (Roewe Marvel X) นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไฟฟ้าที่มาพร้อมความหรูหราเหนือระดับ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 301 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 665 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.8 วินาที วิ่งได้นานถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง  ในส่วนของการดีไซน์นั้น ถูกออกแบบสไตล์สากลให้ความรู้สึกเดียวกับรถยุโรปที่เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์โรวี พร้อมนวัตกรรม 5G ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกอย่างผ่านคอนโซลกลาง รวมถึงสั่งการทางไกลผ่านบลูทูธ คาร์เพล ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

 
Roewe Marvel X

รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell)
•    MAXUS G20FC ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่ให้ทั้งสมรรถนะและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยให้พละกำลังสูงสุดที่ 150 kW และวิ่งได้ไกลถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และใช้เวลาในการชาร์จเพียง  5 นาทีเท่านั้น

 
SAIC MAXUS G20FC chassis structure

รถยนต์สำหรับจำหน่ายในระดับสากล
•    ‘MG EZS’ รถพลังงานไฟฟ้า Pure EV รุ่นแรกของเอ็มจี ที่เข้าทำการตลาดในต่างประเทศ ทั้ง อังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะแนะนำสู่ตลาดเมืองไทยภายในกลางปีนี้ โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ทำให้สามารถเร่งจาก 0-50 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.1 วินาที และ 0-100 กม./ชม. ประมาณ 8-9 วินาที วิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุด 335 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (และ 428 กม. เมื่อวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 60 กม./ชม.) และรองรับ Fast Charging ซึ่งชาร์จไฟจาก 0-80% ได้ในครึ่งชั่วโมง


MG EZS

•    MG HS รถ C-Segment Crossover SUV รุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดทั้งภายนอกและภายในให้มีรูปลักษณ์และสไตล์แบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายด้านข้างทำให้ตัวรถมีมิติ นอกจากนี้ ยังมีกระจังหน้าแบบใหม่ที่ดูเท่ สะท้อนความพรีเมี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร

 
MG HS

•    MAXUS T60 รถกระบะรุ่นแรกจาก SAIC ที่พัฒนาเพื่อจำหน่ายสำหรับตลาดทั่วโลกที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูเท่ดุดัน พร้อมความสะดวกสบายในการขับขี่ สมรรถนะ และการบรรทุกที่มากขึ้น  จนกลายเป็นรถกระบะที่ขายดีในตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และติดอันดับ 1 ใน 4 ของรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน

 
MAXUS T60

รถรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในงาน
•    MG6 XPOWER TCR มาพร้อมสมรรถนะเต็มเปี่ยม สามารถทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที ตัวถังภายนอกสีเขียวมรกต ตกแต่งลวดลายแบบรถแข่งสไตล์อังกฤษ  

 
MG6 XPOWER TCR

•    MAXUS D60 รถยนต์ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร พร้อมระบบเกียร์ 7 สปีด ที่ให้กำลังสูงสุด 124KW และแรงบิดสูงสุดคือ 250 นิวตัน-เมตร ซึ่งให้การขับขี่ที่ราบรื่นและมีพลังเหนือกว่า มีระบบอำนวยความสะดวกในการขับขี่ครบครันพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ Banma ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Alibaba และ SAIC Motor ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถด้วยคำสั่งเสียง

 
MAXUS D60

•    MAXUS T70 ดุดัน โดดเด่น ด้วยดีไซน์ของกระจังหน้าโครเมี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ที่ให้เลือกความแรงได้ 2 ทาง กับ 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 163 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที และ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 218 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Timeระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา

 
•    MAXUS G20 รถยนต์ MPV ความท้าทายครั้งใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์บิสสิเนสไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตการขับขี่ โดดเด่นด้วยการดีไซน์ภายในที่แฝงความหรูหรา พร้อมอัพเกรดเทคโนโลยีกับแผงควบคุมที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ภายนอกโฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่ มาพร้อมไฟหน้ารูปแบบใหม่ส่องสว่างเต็มที่แบบ Matrix LED มาพร้อมขุมพลังด้วยเครื่องยนต์แบบเบนซิน 2.0 เทอร์โบ 224 แรงม้า และ 2.4 ลิตร143 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 เทอร์โบ 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด และ 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 
 ข้อมูลเพิ่มเติม
โรงงานเซี่ยงไฮ้หลินกั่ง
บริษัท เอสเอไอซี คอร์ปอเรชั่น มีฐานการผลิตสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Lingang และ Nanjing Pukou โดยมีกาลังการผลิตต่อปีมากกว่า 800,000 คัน สาหรับฐานการผลิตเซี่ยงไฮ้ Lingang ครอบคลุมพื้นที่โรงงาน 1.21 ล้านตารางเมตร มีกระบวนการผลิตที่ครบถ้วนได้มาตรฐานระดับโลก

ศูนย์เทคนิคของ  SAIC Motor Passenger Vehicle
SAIC เริ่มดาเนินการสร้างการก่อสร้างศูนย์ SAIC เทคนิคัล เซ็นเตอร์ ใน พ ศ. 2548 ด้วยเงินลงทุนทั้งสิ้น 4 พันล้านหยวนโดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง และมีการแยกพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกัน ครอบคลุมพื้นที่ 419,000 ตารางเมตร และ 242,000 ตารางเมตร ของพื้นที่รวม พร้อมสิ่งอานวยความสะดวกมากมายที่เกี่ยวกับการวิจัยรถยนต์ของ SAIC อาทิ ห้องทดลองระบบ Emission โดยใช้พลังงานแสง ห้องทดลองสถาปัตยกรรมอาทิ โชว์รูปรถยนต์คอนเซปต์ต่างๆ ห้องทดสอบNVH ห้องทดสอบอุโมงค์ลมความร้อน ห้องปฏิบัติการระบบ Powertrain แล็บใหม่ ห้องปฏิบัติการแชสซีส์ ห้องปฏิบัติการความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ฯลฯ ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยด้านเทคนิคของรถยนต์นั่งระดับโลกที่ใหญ่และครบถ้วนมากที่สุดในประเทศจีน

สนามทดสอบรถกว่างเต๋อ
สนามทดสอบรถกว่างเต๋อถือเป็นสยามทดสอบรถที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ในมณฑลอานฮุย ซึ่งห่างจากเซี่ยงไฮ้ประมาณ 200 กิโลเมตร โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2012 ด้วยเงินลงทุน 1.6 พันล้านหยวน โดยสนามทดสอบแห่งนี้จะช่วยอานวยความสะดวกในการพัฒนารถยนต์ทุกรุ่นของ GM, SAIC และ SGMW ถือเป็นสนามทดสอบที่ทันสมัยที่สุด มีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นที่ 5.67 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดสนามฟุตบอลประมาณ 795 สนาม มีระยะทางทดสอบยาวที่สุดกว่า 60 กิโลเมตร และสิ่งอานวยความสะดวกแบบครบวงจรที่สุด ด้วยแทร็กวงกลม 4 เลน ระยะทาง 9.036 กม. และไดนามิกแพด 310 เมตร X 300 เมตร ทาให้สามารถจัดการทดสอบในรูปแบบต่างๆ ได้กว่า 70 รูปแบบ พร้อมสิ่งอานวยความสะดวกครบครัน และสามารถทดสอบด้านระบบความปลอดภัย ช่วงล่าง และความทนทานของรถได้ถึง 140 คัน ภายในเวลาเดียวกัน

SAIC ROEWE Intelligent Square
SAIC ROEWE Intelligent Square เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2018 บนถนน Madang อำเภอ Huangpu อาคารแห่งนี้ถูกผสมผสานรูปลักษณ์ที่สวยงามเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูง ประกอบด้วย พื้นที่ทดสอบการขับขี่อัตโนมัติ พื้นที่แสดงการใช้รถในสถานการณ์ต่างๆ ผ่านระบบ VR บริการหุ่นยนต์อัจฉริยะ และโครงการอัจฉริยะอื่น ๆ นอกจากนี้ SAIC ROEWE Intelligent Square ยังจัดแสดงผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ ล่าสุดของ SAIC ไม่ว่าจะเป็น ด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การขับขี่อัจฉริยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นเวทีทดลองสาหรับบริการนวัตกรรมใหม่ๆ ของ ROEWE การเปิดตัว SAIC ROEWE Intelligent Square จึงนับเป็นก้าวสาคัญของ SAIC ในการเปลี่ยนเป็นผู้จัดหาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวแบบครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบ

ROEWE Intelligent Square

SAIC ROEWE Intelligent Square เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2018 บนถนน Madang อำเภอ Huangpu อาคารแห่งนี้ถูกผสมผสานรูปลักษณ์ที่สวยงามเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูง ประกอบด้วย พื้นที่ทดสอบการขับขี่อัตโนมัติ พื้นที่แสดงการใช้รถในสถานการณ์ต่างๆ ผ่านระบบ VR บริการหุ่นยนต์อัจฉริยะ และโครงการอัจฉริยะอื่น ๆ นอกจากนี้ SAIC ROEWE Intelligent Square ยังจัดแสดงผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ ล่าสุดของ SAIC ไม่ว่าจะเป็น ด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การขับขี่อัจฉริยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นเวทีทดลองสาหรับบริการนวัตกรรมใหม่ๆ ของ ROEWE การเปิดตัว SAIC ROEWE Intelligent Square จึงนับเป็นก้าวสาคัญของ SAIC ในการเปลี่ยนเป็นผู้จัดหาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวแบบครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบ