บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาโครงการ BMW Service Apprentice มุ่งยกระดับทักษะอาชีวะไทยสู่มาตรฐานยานยนต์ระดับสากล

  • June 19, 2026

กรุงเทพฯ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ของไทย จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมในโครงการ BMW Service Apprentice ประจำปี 2023 (รุ่นที่ 12) และ 2024 (รุ่นที่ 13) ณ ศูนย์ฝึกอบรม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยโครงการนี้มุ่งยกระดับแรงงานอาชีวะไทยให้มีทักษะความเชี่ยวชาญด้านเมคคาทรอนิกส์และยานยนต์สมัยใหม่ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

โดย คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประธานในพิธี กล่าวว่า “ความสำเร็จของน้อง ๆ ผู้สำเร็จการอบรมในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย ทุกท่านต้องผ่านกระบวนการฝึกอบรมที่เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกงานจริงในศูนย์บริการของบีเอ็มดับเบิลยู การมอบประกาศนียบัตรในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรับรองความสำเร็จของการเรียน แต่เรากำลังต้อนรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล (DIHK Standard Level A) เข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัล บทบาทของช่างเทคนิคจึงมีความสำคัญยิ่งขึ้น น้อง ๆ ผู้สำเร็จการอบรมทุกคนในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงช่างเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนตัวแทนที่พร้อมส่งมอบความเป็นเลิศด้านบริการของบีเอ็มดับเบิลยูสู่อนาคต ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสนับสนุนโอกาสทางอาชีพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน”

โครงการ BMW Service Apprentice ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์รักษ์โลกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นโครงการศึกษาและฝึกอบรมระบบทวิภาคี (Dual System) ภายใต้ความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ, หอการค้าเยอรมัน-ไทย (GTCC) ผ่านโครงการเยอรมัน-ไทย เพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (GTDEE) และสถาบันอาชีวศึกษาชั้นนำ หลักสูตรนี้ได้ผสมผสานองค์ความรู้ทั้งด้านเมคคาทรอนิกส์และเทคโนโลยียานยนต์เข้าด้วยกัน นักศึกษาจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีในสถานศึกษา ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติงานจริงกับช่างผู้เชี่ยวชาญ

ตลอดระยะเวลา 2 ปีของหลักสูตร โครงการมุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งการมอบทุนการศึกษา เบี้ยเลี้ยงรายเทอม รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างรายวันให้เหมาะสม ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองความสามารถระดับ A-Level ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากลของสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเยอรมนี (DIHK) พร้อมรับประกันโอกาสในการเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำกับศูนย์บริการบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศทันทีหลังจบการศึกษา ปัจจุบัน โครงการนี้ได้มอบทุนการศึกษาและสร้างช่างฝีมือไปแล้วรวม 309 คน ทั้งนี้ ยังมีนักศึกษาที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและฝึกปฏิบัติงานอีกจำนวน 49 คน ได้แก่ นักศึกษารุ่นที่ 14 และนักศึกษารุ่นที่ 15 โดยสถิติที่ผ่านมาพบว่าผู้สำเร็จการศึกษามีอัตราการคงอยู่และเติบโตในระบบเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยูสูงถึง 76% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างสายอาชีพที่มั่นคง

ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ และพันธมิตรเครือข่ายสถานศึกษา เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง นำโดย คุณอเล็กซานเดอร์ ลอยท์เกบ ที่ปรึกษาฝ่ายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย, ดร.กมลศักดิ์ สุระดม ผู้บริหารหอการค้าเยอรมัน-ไทย (GTCC), คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า และ คุณมนัสนันท์ อยู่ญาติวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายคุณวุฒิและการฝึกอบรม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสถาบันการศึกษาอาชีวศึกษาพันธมิตร ได้แก่ ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ, อาจารย์ประเสริฐ กลิ่นชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค), อาจารย์พลภัทร เลาหสูต รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพบางแก้วฟ้า (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์), คุณฟรานซิส วิชัย ศรีสุระ ที่ปรึกษาอาวุโสวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก และ อาจารย์ปุณณภัสสร ศรีแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะสานต่อการลงทุนในการพัฒนาทักษะวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฟฟ้าแรงสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนไทย และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคแห่งยานยนต์อัจฉริยะที่ยั่งยืน