รายงานตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 42,420 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา 31.53% ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 10,805 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 3.17% และรถ PPV มีปริมาณการขาย 2,983 คัน ลดลง 26.02% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
*ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1503
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569
p ประเด็นสำคัญในเดือนมิถุนายน
· รถกระบะ ยอดขาย 70,141 คัน ลดลง 4.73% จากปีที่ผ่านมา
· รถ PPV ยอดขาย 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 0.86% จากปีที่ผ่านมา
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรก ว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี ซึ่งในขณะเดียวกัน โตโยต้าเองก็ยังคงสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา
โดยในกลุ่ม Pure Pick Up แม้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ยอดขายของ Toyota Hilux เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 6.00% ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 52.26% จากการเปิดตัวและส่งมอบ Hilux Travo รุ่นใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่นด้วยยอดขายเฉลี่ยกว่า 6,200 คันต่อเดือน สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนด้วยอัตราการเติบโต 4.52% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนนี้มีผลมาจากกลุ่ม Eco Segment ที่ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 22.95% จากการเปิดตัว Yaris ATIV HEV ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานยอดขายของรุ่นเดิมไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังเข้ามาช่วยขยายความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น และยังทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกลุ่มรถ SUV ที่มีทิศทางฟื้นตัวและเติบโตขึ้น 3.68% นำโดย Corolla Cross ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16.31% จากปีที่แล้ว ด้วยยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) รวมถึงผู้บริโภคบางส่วนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจและความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลาง แต่คาดว่าตลาดโดยรวมน่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ”
นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากความสำเร็จและผลตอบรับที่ดีในทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อโตโยต้ามาโดยตลอด และเพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังเราพร้อมสร้างความคึกคักด้วยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมรักษาสถานะผู้นำตลาดอย่างมั่นคง”
หมายเหตุ: ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1503
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569