มิวนิก. เนื่องในวันการศึกษาสากล (World Education Day) บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และยูนิเซฟ ประกาศถึงความสำเร็จของความร่วมมือระดับโลก โดยภายในระยะเวลาเพียงสองปี โครงการ BRIDGE. Educating young people for tomorrow, today เข้าถึงเด็กและเยาวชนราว 330,000 คน ในโรงเรียนกว่า 2,900 แห่งในประเทศอินเดีย ไทย บราซิล เม็กซิโก และแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีโรงงานการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูตั้งอยู่ โครงการนี้ยังได้ฝึกอบรมครูผู้สอนกว่า 10,000 คนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการสอน STEM ซึ่งประกอบด้วย 4 สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์
ขับเคลื่อนการศึกษาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วโรงเรียน
โครงการด้านการศึกษาของ BRIDGE ได้รับการออกแบบให้มีความจำเพาะกับแต่ละประเทศและปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิภาคโดยเฉพาะ ปัจจุบัน เด็กและเยาวชนราว 2.7 ล้านคนได้รับประโยชน์ด้านองค์ความรู้ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโอกาสในการเรียนรู้ที่โครงการมอบให้ และจากการปรับปรุงโครงสร้างของระบบการศึกษา โดยผลกระทบเชิงบวกที่ BRIDGE สร้างนั้นขยายไปไกลกว่าภายในห้องเรียน ครอบคลุมไปถึงคนในครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น และภูมิภาค
รวมพลังเพื่อกำหนดอนาคตของเด็ก
อิลก้า ฮอร์สต์ไมเออร์ สมาชิกคณะกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ดูแลงานด้านทรัพยากรบุคคลและอสังหาริมทรัพย์ และผู้อำนวยการฝ่ายแรงงาน กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับยูนิเซฟเป็นเครื่องพิสูจน์ที่น่าประทับใจถึงสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อพันธมิตรที่แข็งแกร่งสองฝ่ายมารวมตัวกัน ในโลกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้เพียงลำพัง หนทางเดียวที่จะสร้างแรงกระเพื่อมได้คือการทำงานร่วมกัน การประสานงานของเราได้มอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนทั่วโลก และด้วยโอกาสนี้ พวกเด็ก ๆ ก็จะมีอนาคตที่ดีขึ้น โดยการมุ่งเน้นไปที่วิชา STEM นั้นทำให้เราสามารถส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตได้โดยเฉพาะ และสร้างทางเชื่อมไปสู่การพัฒนาที่กำหนดได้ด้วยตนเอง”
ความร่วมมือที่ยั่งยืน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคม
อุดช่องว่างการศึกษา มุ่งหน้าปั้นผู้เชี่ยวชาญแห่งอนาคต
ความเชี่ยวชาญด้าน STEM เป็นรากฐานของการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าทางสังคม อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการศึกษาที่จำเป็นยังคงมีข้อจำกัดในหลายประเทศ ซึ่งทำให้ช่องว่างด้านทักษะและความเชี่ยวชาญนั้นกว้างขึ้นเรื่อยๆ โครงการ BRIDGE นั้นเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการลดช่องว่างทางการศึกษาและเตรียมความพร้อม และความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่โลกการทำงานดิจิทัลแห่งอนาคตให้แก่เด็กและเยาวชน
โครงการส่งเสริมการศึกษาในแต่ละภูมิภาคเพื่อหนุนเด็กด้อยโอกาส
เนื้อหาของโครงการได้รับการพัฒนาด้วยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาของห้าประเทศที่เข้าร่วม โดยปรับให้เข้ากับความต้องการทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค โดยเน้นย้ำเนื้อหาที่เจาะจงสำหรับแต่ละบริบท หลักสำคัญคือการสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในเม็กซิโก เน้นการส่งเสริมการศึกษา STEM ที่ยังตอบโจทย์เรื่องความเสมอภาคทางเพศ โดยเฉพาะการเสริมสร้างศักยภาพให้เด็กผู้หญิงในชุมชนชนบทที่ด้อยโอกาส
ในบราซิล การศึกษา STEM ผสานกับการให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการใช้ชีวิต เพื่อช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ลาออกจากโรงเรียนกลางคัน และจัดหาทางเลือกการเรียนรู้ออนไลน์ให้การเข้าถึงการศึกษาง่ายยิ่งขึ้น
ในประเทศไทย โครงการมุ่งเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพของการศึกษาวิชา STEM รวมถึงการอบรมครูในวิชาด้าน STEM การจัดกิจกรรมนอกเวลาเรียน ค่ายฝึกทักษะด้าน STEM งานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ และการแนะแนวให้คำปรึกษาแก่เยาวชน โครงการนี้ยังครอบคลุมกลุ่มเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) เพื่อให้พวกเขามีโอกาสพัฒนาทักษะที่จำเป็นด้วย
ในอินเดีย ความพยายามมุ่งเน้นที่การเสริมสร้างความสามารถในการอ่านออกเขียนได้และทักษะการคำนวณขั้นพื้นฐาน และขยายหลักสูตร STEM เชิงปฏิบัติ รวมถึงการสร้างหรือจัดพื้นที่เรียนรู้ในการทำกิจกรรม
ในแอฟริกาใต้ โครงการ BRIDGE จัดหาเทคโนโลยีให้แก่โรงเรียนที่ด้อยโอกาส และเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเขียนโค้ดและวิทยาการหุ่นยนต์เข้าในหลักสูตร เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนสำหรับการทำงานในโลกดิจิทัล
เป้าหมายชัดเจนสู่การสร้างสรรค์คุณค่าที่ยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ภายในโครงการ BRIDGE ที่ได้รับการออกแบบให้มีระยะเวลาการดำเนินการอย่างน้อยเจ็ดปี โดยจะดำเนินไปจนถึงปี 2573 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับยูนิเซฟเพื่อต่อยอดความสำเร็จที่ผ่านมา และสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนทั่วโลก