นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัว SUZUKI JIMNY ในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “Nobody But Jimny” จนปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคัก และมีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ออฟโรดในตำนานรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
ล่าสุด เพื่อสานต่อความสำเร็จและตอกย้ำความแข็งแกร่งของยนตรกรรมสายลุยระดับตำนาน พร้อมตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจในรถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง ซูซูกิ ขอแนะนำ SUZUKI JIMNY ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Suzuki Safety Support ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูงอย่างครบครัน เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ ถ่ายทอดสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ควบคู่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยได้อย่างลงตัว ซึ่งถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด นอกจากช่วยยกระดับการขับขี่ SUZUKI JIMNY ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย หรือแม้แต่เส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง
โดยระบบ Suzuki Safety Support ประกอบด้วยฟังก์ชันสำคัญ ดังนี้
- Pedestrian and Bicycle Detection : ระบบตรวจจับคนเดินถนนและรถจักรยาน
- Motorcycle Detection : ระบบตรวจจับรถจักรยานยนต์
SUZUKI JIMNY ยังคงสืบทอด DNA ของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยาวนานกว่า 56 ปี โดยซูซูกิได้พัฒนาและต่อยอดยนตรกรรมรุ่นนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการเดินทาง และเสริมความมั่นใจในทุกสถานการณ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic Compact 4WD ที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทางและภูมิประเทศ รองรับการใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และไลฟ์สไตล์สายออฟโรดได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบยนตรกรรมสายลุยของซูซูกิ
SUZUKI JIMNY ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อและสองล้อได้อย่างสะดวกและเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และความคล่องตัวในการขับขี่ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.9 เมตร
ดีไซน์ภายนอก ความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัวเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด เสริมความดุดันไฟหน้า LED ทรงกลมทันสมัยสะดุดตา พร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ และไฟท้ายแบบ LED ซุ้มล้อสีดำรอบคัน กระจกมองข้างปรับพับอัตโนมัติ
ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พวงมาลัย 3 ก้านแบบหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชัน ประกอบไปด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบสั่งการโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงฟังก์ชันปรับระดับสูง-ต่ำของพวงมาลัยเพื่อให้เข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ เพิ่มความสบายตลอดการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น กระจกไฟฟ้าคู่หน้า ด้านคนขับพร้อมระบบปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ระบบเซ็นทรัลล็อกพร้อมรีโมทคอนโทรล ช่องเสียบ USB บริเวณคอนโซลกลาง และช่องจ่ายไฟสำรอง 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Walk-in ที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งช่วยให้การเข้า-ออกของผู้โดยสารตอนหลังเป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเบาะนั่งด้านหลังแบบพับแยก 50:50 เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงพร้อมช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์
อีกทั้งเพื่อให้ทุกการเดินทางกับ SUZUKI JIMNY เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง เสริมด้วยจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กด้านหลัง 2 ตำแหน่ง และคานกันกระแทกด้านข้างที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP), ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน พร้อมกล้องมองหลัง เป็นต้น
SUZUKI JIMNY มาพร้อมระบบ Suzuki Safety Support มีราคาจำหน่าย ดังนี้
SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี
SUZUKI JIMNY มีโปรโมชันพิเศษดังนี้
นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวใจสำคัญของซูซูกิคือการสร้างความสุขในทุกเส้นทางให้แก่ลูกค้าของเรา ซูซูกิยังคงยึดมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับงานบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม การตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็วและจริงใจ คือพันธกิจสำคัญที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพราะความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทุกท่านมอบให้ คือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความตั้งใจจริงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจของซูซูกิในประเทศไทย ที่พร้อมจะเติบโตและอยู่เคียงข้างสังคมไทยในระยะยาวอย่างมั่นคง”
ปัจจุบันซูซูกิมีเครือข่ายโชว์รูมครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 44 แห่ง นอกจากนี้ ยังยกระดับความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วยบริการ Mobile Service ดูแลเช็กระยะและบำรุงรักษาพื้นฐานนอกสถานที่ รวมถึงการเร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อทำงานควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการที่รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้นในทุกภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของซูซูกิภายใต้แนวคิด ‘SUZUKI Cause We Care เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป