ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นในสนามแข่งรถทางเรียบต่อเนื่องปีที่ 7 โดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR เตรียมนำรถแข่งกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 3.0 ลิตร เทอร์โบ สามคัน ลงสนาม พร้อมเปิดตัวสองนักแข่งมืออาชีพที่มาร่วมเสริมทัพกับแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค สร้างความเร้าใจในนัดเปิดฤดูกาลของไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2569 รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569
การแข่งขันในรุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ปีนี้ ทีม FTR ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรพัฒนารถแข่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 3.0 ลิตร เทอร์โบสามคัน แสดงสปิริตดีเอ็นเอสายพันธุ์แข่ง ภายใต้นิยาม ‘Racing DNA’ ผ่านความเร็วและสมรรถนะความทนทานของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสำหรับสนามทางเรียบ ควบคู่กับระบบช่วงล่างที่วิศวกรโรงงานฟอร์ดได้ร่วมพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของสนามแข่ง ด้านลวดลายภายนอกของรถแข่งทั้งสามคัน ยังได้รับการดีไซน์ที่แตกต่าง สะท้อนความแรง เร้าใจ (Thrill) รวมทั้งสไตล์การปรับจูนรถของทีมพัฒนารถ และบุคลิกของนักแข่งทีม FTR ทั้งสามคน
นักแข่งรถมืออาชีพในนามทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ฤดูกาลแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2569 ประกอบด้วย
“ฟอร์ดรู้สึกตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับนักแข่งรถมืออาชีพระดับโลกอย่างคุณบูม-กันตธีร์ และ คุณเบสท์-ธนพล มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม FTR ในฤดูกาลแข่ง 2569 การปรับไลน์อัพขยายทีมพัฒนารถ และการต้อนรับสมาชิกใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ฟอร์ด ประเทศไทย กำลังเข้าสู่ปีที่ 30 ขณะเดียวกัน ทีม FTR ก็ได้ร่วมลงแข่งในรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ ต่อเนื่องปีที่ 7 ด้วยประสบการณ์ในสนามแข่ง และความเชี่ยวชาญของพันธมิตร ฟอร์ดมั่นใจว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีสีสันและคึกคักมากขึ้น ตอกย้ำ Racing DNA ของทั้งทีมงานและสมรรถนะของเครื่องยนต์รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ได้อย่างชัดเจน” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว
รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ซิงเกิ้ลแค็บทั้งสามคัน ใช้เครื่องยนต์ วี 6 3.0 ลิตร เทอร์โบ ได้รับการยกระดับไปอีกขั้นสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ อาทิ ระบบระบายอากาศที่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การปรับลดน้ำหนักรถและการกระจายน้ำหนักให้ดีขึ้น, การปรับตั้งค่าระบบกันสะเทือนให้เข้ากับน้ำหนักตัวรถ และเหมาะกับสภาพถนนของสนามแข่ง อีกทั้งยังพัฒนาความทนทานของตัวเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นด้วย